วัน พุธ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
menu
หน้าแรก ประเด็นเด็ด keyboard_arrow_downข่าวดังท้องถิ่น keyboard_arrow_downข่าวประชาสัมพันธ์ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
ท้องถิ่นวาไรตี้ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
กิจกรรม รวมคลิป keyboard_arrow_down
หมวดหมู่ :

“บูรณุปกรณ์” ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง

access_time
เมษายน 04, 2021

          ผลการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่า “อัศนี บูรณุปกรณ์” ตัวแทนตระกูล “บูรณุปกรณ์” ตระกูลใหญ่นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้ 19,198 คะแนน  ชนะคู่แข่ง “นายชาตรี เชื้อมโน” จากเพื่อไทยซึ่งได้มาเป็นลำดับ 2 ด้วยคะแนน 16,713 คะแนน

 

          แม้ว่าจะลุ้นกันหนักมาก เพราะในสนามเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตัวแทนตระกูลรุ่นเก๋า “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” ได้พ่ายให้กับ “ส.ว.ก๊อง” หรือ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่ ขั้วเพื่อไทยสายแข็ง ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ถึงขั้นวิดีโอคอลมาจากต่างประเทศเพื่อขอคะแนนด้วยตัวเอง

 

          “อัศนี” เป็นลูกของ “ประพันธ์ บูรณุปกรณ์” อดีต ส.ว. , อดีตรองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และอดีตรองนายก อบจ. และเป็นหลานอาของ “ปกรณ์ บูรณุปกรณ์” นักการเมืองชื่อดังของเชียงใหม่ซึ่งล่วงลับไปแล้ว

 

          “ปกรณ์” เริ่มเล่นการเมืองท้องถิ่นในปี 2538 ก้าวแรกเขามีบทบาทในฐานะสมาชิกสภาเทศบาล ภายใต้กลุ่มนวรัฐพัฒนา ของ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย หรือ “เสธ. ม่อย” ภายหลังแยกตัวออกมาตั้งกลุ่มเอง และได้เป็นคนแรกของ “บูรณุปกรณ์” ที่ได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่อง 2 สมัย ในปี 2541 – 2543 โดยมีผู้ช่วยคนสำคัญคือ “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” พี่ชาย ภายหลังได้ทิ้งสนามท้องถิ่นไปเล่นการเมืองระดับชาติ ในนามของ ส.ส.พรรคไทยรักไทย “บุญเลิศ” จึงเข้ามาลงสนามเทศบาลนครเชียงใหม่แทนน้องชายอย่างเต็มตัว

 

          เส้นทางการเมืองท้องถิ่นของ “บุญเลิศ” ไม่ได้เรียบง่าย เขาได้รับความไว้วางใจในฐานะคนของ “บูรณุปกรณ์” เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ การทำงานที่เห็นผลงาน ทำให้ชื่อ “บุญเลิศ” ได้รับการยอมรับ และได้รับเลือกให้เป็นนายกเทศมนตรี 2 สมัยติดต่อกันในปี 2543 – 2550 แม้ว่าในระหว่างนี้จะมีเหตุให้ต้องลาออก แต่ทว่าก็ได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง และบุญเลิศยังถือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคนสำคัญที่เป็นกำลังหลักให้กับ “พรรคไทยรักไทย”  ในช่วงนั้น

 

          ปี 2551 “บุญเลิศ” ได้เปลี่ยนไปลงสนาม อบจ. โดยส่งไม้ต่อสนามเทศบาลให้หลานชาย “ทัศนัย บูรณุปกรณ์” ลูกชายของ “พรทัศน์ บูรณุปกรณ์” พี่สาวของนายบุญเลิศ มารับช่วงต่ออีก 2 สมัยจนถึงการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

          

          ในช่วงการทำหน้าที่นายก อบจ. ของบุญเลิศ หลังจากที่ชนะการเลือกตั้งแล้ว กลับถูกคัดค้านว่ามีการทุจริตในการเลือกตั้ง ถึงขั้นได้ “ใบแดง” จาก กกต. จนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปเกือบ 3 เดือน สุดท้ายแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกคำร้องของ กกต. ทำให้ “บุญเลิศ” ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ นายก อบจ.จนครบวาระ

 

          ปี 2555 “บุญเลิศ” ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ในสมัยที่ 2 และในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่ง ได้ถูกคำสั่งจาก “คสช.” ผลพวงจากการรัฐประหาร ให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่และถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ข้อกล่าวหาของ คสช. คือ “บุญเลิศ” มีส่วนเกี่ยวข้องในการรณรงค์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ แต่ลึกๆ เป็นที่รู้ๆ กันว่า เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกลุ่มคนเสื้อแดง และพรรคไทยรักไทยนั่นเอง

 

          จนกระทั่งเดือนมิถุนายน 2561 บุญเลิศจึงได้รับคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระในปี 2563 จุดนี้เอง ที่กลายเป็นความร้าวฉานระหว่าง “บูรณุปกรณ์” และกลุ่มเพื่อไทย หรืออดีตไทยรักไทย การกลับมาของบุญเลิศในครั้งนี้ มีทิศทางหันเหออกจากกลุ่มเพื่อไทยอย่างชัดเจน และนำมาสู่การส่งผู้สมัครชิงตำแหน่ง นายก อบจ.ของฝั่งเพื่อไทย ที่ออกโรงเชียร์โดยอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร

 

          การเลือกตั้ง นายก อบจ. เมื่อเดือนธันวาคม 2563 “บุญเลิศ” ตัวแทนฝ่าย “บูรณุปกรณ์” ต้องขับเคี่ยวกับ  “นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร” หรือ ส.ว.ก๊อง กลุ่มของ “เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” หรือ “เจ๊แดง” น้องสาวคนสำคัญของทักษิณ ถือเป็นการประกาศเส้นทางที่แยกกันเดินอย่างชัดเจนระหว่าง “บูรณุปกรณ์” และ “เพื่อไทย” ในที่สุดก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับฝั่งเพื่อไทย ด้วยคะแนน 421,426 ต่อ 353,010

 

          จึงเป็นจุดที่น่ากังวลว่า เมื่อการเลือกตั้งเทศบาลมาถึง  “เพื่อไทย” จะตามมายึดพื้นที่หลักของบูรณุปกรณ์ ในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ด้วยหรือไม่ เมื่อ “ทัศนัย” อดีตนายกเทศมนตรี 2 สมัย ขอถอนตัวไม่ลงสมัครต่อด้วยเหตุผล “ยังรู้สึกว่าทำงานไม่ดีพอ” หัวเรือใหญ่แห่งบ้านบูรณุปกรณ์ “ประพันธ์ บูรณุปกรณ์” จึงส่ง “อัศนี บูรณุปกรณ์” ลูกชาย ซึ่งเป็นอดีตเลขาของ “ทัศนัย” มาชิงชัยขอยึดพื้นที่คืน

 

          ซึ่งในท้ายที่สุด ก็ยังสามารถกำชัยชนะในการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่มาได้ รักษาเก้าอี้ในฐานที่มั่นของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น “ชาติเสือ” ยังไว้ลาย “บูรณุปกรณ์” เองก็ยังไม่สิ้นมนต์ขลัง

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
close
หน้าแรกประเด็นเด็ดข่าวดังท้องถิ่นข่าวประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นวาไรตี้กิจกรรมรวมคลิป