วัน ศุกร์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564
menu
หน้าแรก ประเด็นเด็ด keyboard_arrow_downข่าวดังท้องถิ่น keyboard_arrow_downข่าวประชาสัมพันธ์ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
ท้องถิ่นวาไรตี้ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
กิจกรรม รวมคลิป keyboard_arrow_down

เช็กคุณสมบัติผู้รับ “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ป้องกันถูกเรียกคืน

access_time
มกราคม 26, 2021

  เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นเงินสำหรับใช้จ่ายดำรงชีพที่ผู้สูงอายุได้รับจากรัฐบาล เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยจะเปิดรับผู้สูงอายุรายใหม่ในทุกๆ ปี การให้เงินช่วยเหลือเป็นแบบขั้นบันได ตามระดับอายุ คือ อายุ 60 – 69 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพ 600 บาท อายุ 70 – 79 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพ 700 บาท อายุ 80 – 89 ปี ได้รับเบี้ยยังชีพ 800 บาท และอายุ 90 ปีขึ้นไป ได้รับเบี้ยยังชีพ 1,000 บาท

  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิจะได้รับเบี้ยยังชีพ

  1. บุคคลซึ่งมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทยที่ได้ลงทะเบียน และยื่นคำขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  2. มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน
  3. ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำหรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ

 เอกสารสำหรับยื่นขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  กรณียื่นด้วยตนเอง 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดย หน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายพร้อมสำเนา จำนวน 1 ชุด 2. สำเนาทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา จำนวน 1 ชุด 3. สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา จำนวน 1 ชุด 4. กรณีที่ผู้มีคุณสมบัติจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมีความจำเป็นที่ไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ สามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนก็ได้

  กรณียื่นแทน ให้เพิ่มเอกสารของผู้ยื่นแทนด้วย ดังนี้ 1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มอบ และรับมอบ พร้อมรับรองสำเนา จำนวน 1 ชุด 2. สำเนาทะเบียนบ้านผู้มอบและรับมอบ พร้อมรับรอง สำเนา จำนวน 1 ชุด 3. ใบมอบอำนาจ จำนวน 1 ชุด

  ลงทะเบียนได้ที่ไหนบ้าง

  กทม.สามารถไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

  ต่างจังหวัดสามารถไปลงทะเบียนได้ที่สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน 

 ช่องทางการรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  ผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สามารถเลือกช่องทางการรับเงินได้ดังนี้

  1. รับเป็นเงินสดด้วยตนเอง
  2. ให้ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจรับแทน
  3. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้สูงอายุ
  4. โอนเข้าบัญชีธนาคารในนามของผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้สูงอายุ

  การขึ้นทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประจำปี 2565

  ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์  ที่ยังไม่เคยลงทะเบียน สามารถมาลงทะเบียนขอรับเบี้ยยังชีพในปีงบประมาณ 2565 นับจนถึงวันที่ 1 กันยายน 2565 (เกิดก่อนวันที่ 2 กันยายน 2505)

  คุณสมบัติ ต้องเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาในเขตพื้นที่ในประเทศไทย แต่ยังไม่ได้ไปลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ได้ย้ายทะเบียนบ้านมาใหม่ก่อนสิ้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี หรือผู้สูงอายุที่ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ วันที่มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพที่ประสงค์จะรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  ผู้สูงอายุไปลงทะเบียนและยื่นคำขอเพื่อแสดงความจำนงขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563-เดือนพฤศจิกายน 2563 และเดือนมกราคม 2564 – เดือน กันยายน 2565 ด้วยตนเอง หรือท่านผู้สูงอายุท่านไหนที่ไม่สามารถมาได้ท่านสามารถมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้ โดยเพียงแค่ให้คนที่ได้รับมอบอำนาจรับสิทธิ์แทนเตรียมหลักฐานตามที่ราชการกำหนด ณ สำนักเทศบาลในจังหวัดนั้นๆ ตั้งแต่ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. (ในวันและเวลาราชการเท่านั้น) เพื่อจะได้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพ

บทความที่เกี่ยวข้อง
close
หน้าแรกประเด็นเด็ดข่าวดังท้องถิ่นข่าวประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นวาไรตี้กิจกรรมรวมคลิป