วัน เสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564
menu
หน้าแรก ประเด็นเด็ด keyboard_arrow_downข่าวดังท้องถิ่น keyboard_arrow_downข่าวประชาสัมพันธ์ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
ท้องถิ่นวาไรตี้ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
กิจกรรม รวมคลิป keyboard_arrow_down
หมวดหมู่ :

สนามอบจ.ตรัง 2 แนวทาง ต่างสุดขั้ว ปะทะระยะประชิด

access_time
ธันวาคม 15, 2020

  ทีมแรก นำโดย "บุ่นเล้ง โล่ห์สถาพรพิพิธ” กิจปวงชน นักธุกิจรับเหมาวัย 66 ปี ลุงของ ส.ส.ตรังเขต 3 “สุณัฐชา” จากพรรคสีฟ้า สังกัดพี่ชายหัวแก้วหัวแหวนนายหัวใหญ่ชื่อ “กิจ หลีกภัย” อดีตผู้อำนวยการ โรงเรียนเทศบาลของเทศบาลนครตรัง ทีมนี้ครองบัลลังก์ 25 ปี กิจ นั่งตำแหน่งนายก อบจ. ตั้งแต่ กฎหมายใหม่ยกระดับ

  “กิจ หลีกภัย” ในวัย 86 ประกาศก่อนการเลือกตั้งไม่นานนัก ว่าจะยกให้ “โล่ห์สถาพรพิพิธ” ตระกูลดังแห่งเขต 3

 “...และเป็นที่ทราบว่านายกิจ จะให้ใครมาปฎิบัติหน้าที่แทนนั้นจะต้องมีการพิจารณาในหลายเรื่อง ซึ่งตนเองก็ตอบไปว่าไม่ขัดข้องและมั่นใจว่าจะปฎิบัติหน้าที่ได้จึงตอบตกลงไป” นายบุ่นเล้ง โล่ห์สถาพรพิพิธ วัย 66 ปี ผู้รับเหมางานภาครัฐ รายใหญ่ ที่มีเครือข่ายสายตระกูลซึ่งทำธุรกิจเดียวอีก 3-4 บริษัท คำรามเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ด้วยความภาคภูมิใจ ว่าได้รับไม้ต่อมาแล้ว

(บุ่นเล้ง โล่ห์สถาพรพิพิธ)

  ในวันประกาศศักดาของสายโล่ห์ ทำขึ้นที่บ้านของ “สมชาย โลห์สถาพรพิพิธ” หรือ โกหนอ อดีต สส. ผู้อาภัพจากคำพิพากษาตัดสิทธิ์การเมืองไป 10 ปี ในคดีใส่ร้ายป้ายสี เหตุเกิดคราวหาเสียง อบจ.ครั้งก่อนหน้า เพื่อหนุน “กิจ หลีกภัย” เป็น นายกฯ

  เป็นที่รู้กันในวงการประมูลโครงการรัฐ ว่าสายนี้ลึก และล้ำ ตัวจริงของจริงของ “กิจปวงชน”

  “สมชาย” เคยนั่ง รองนายก อบจ. ของ กิจปวงชน ก่อนที่นายหัวใหญ่ดึงให้ลงเป็น ส.ส. ค่าย ปชป. ว่ากันว่า สมชาย เป็นผู้จัดการถาวรของทีม “กิจปวงชน” และ
ก่อนลูกสาวก้าวมาลงสมัคร ส.ส. ก็เคยนั่งตำแหน่ง เลขานุการ นายก อบจ. คำพูดของ “สมชาย โล่ห์สถาพรพิพิธ” ก็คือ คำพูด “กิจปวงชน”

  ระหว่าง “หลีกภัย” กับ “โล่ห์สถาพรพิพิธ” จึงลึกซึ้งดูดดื่ม เป็นการเมืองเนื้อเดียวกันตลอดเวลากว่า 20 ปี ของการเมืองจังหวัดตรัง!

  จับตาทีม "กิจปวงชน” ของพี่ชายคู่ตำนานสุดเลิฟ “ชวน หลีกภัย” บ้านใหญ่ลั่นเลือก “บุ่นเล้ง โล่ห์สถาพรพิพิธ” คือต้องได้ ติดตามคนตรังเจ้าของเสียงจะสวนหมัดหรือลู่ลิ่วกับข้อเสนอ

  ศึก อบจ.ตรัง อันดุดันครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่าง “บุ่นเล้ง โล่ห์สถาพรพิพิธ” แห่งทีมกิจปวงชน กับ “สาธร วงศ์หนองเตย” ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง เข้มข้นน่าจับตามากที่สุดสนามหนึ่งระดับประเทศ

  ย้อนอดีต “กิจปวงชน” เริ่มตั้งต้นกลุ่มตั้งแต่ปี 2538 “กิจ หลีกภัย” พี่ชายสุดรักสุดหวงหัวแก้วหัวแหวนของ “ชวน หลีกภัย” เกษียณราชการจากผอ.โรงเรียนเทศบาล วัดตันติยาภิรมย์ ประกาศกร้าวลงสมัคร เป็น สจ. ลงสนามแข่งกับ “ทีมศรีตรัง” ของ “โกเนือย” หรือ “ประสิทธิ์ พาณิชย์กุล” ผู้สนับสนุนคนสำคัญของประชาธิปัตย์ ตรัง จากเหตุการณ์ดุจดัง “คำพลิก” ครานี้นำไปสู่ภาวะ “หน้าไม่มอง-ผีไม่เผา” กันจนวันตาย

  การลงสนามชนิดไม่มีปี่มีขลุ่ย ของ “กิจ หลีกภัย” ในสนาม สจ. ครั้งนั้น เกิดภาพนักการเมืองของ “ครูผู้ไม่มั่งคั่ง” กับ “นายทุนโรงยาง”

  กิจปวงชน ก็เติบโต บนความราโรยของคู่แข่ง กระทั่ง “ทีมศรีตรัง” ปิดฉากการเมืองไปเรียบร้อยโรงเรียนพาณิชย์กุล นับสิบปีมาแล้ว

  ทั้งนี้ “โกเนือย” เป็นที่รับทราบโดยทั่วตรังว่า เขาคือแกนหลักผู้สนับสนุน นักการเมืองผู้โด่งดัง “น้องชายครูผู้ไม่มั่งคั่ง” นั่นเอง!

  เรื่องราวนี้ก็กลายเป็นตำนาน การเมืองแห่งเมืองหมูย่าง เรื่องชายร่างเล็กบุกเดี่ยวไปขอโทษถึงโรงยาง แต่รอยร้าวมิอาจสมาน ต้องกลับมาพร้อมถ้อยคำ “จากนี้จะขออยู่ตรงข้ามตลอดไป” ซึ่งเป็นเช่นนั้นตลอดมา

  ทีม “กิจปวงชน” สามารถ แผ่พลังดูดดาวเข้าสร้างความแข่งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยวิเคราะห์ยากว่า ครูผู้ไม่มั่งคั่ง พี่ชายนักการเมืองใหญ่เจ้าลีลาผู้ทำการเมืองแนวอุดมการณ์ แต่ พี่ชาย เล่นการเมืองแนวเดียวน้องชายหรือแนวไหน ต้องไปเรียนถามคอการเมืองในพื้นที่ดู

 “กิจปวงชน” ใช้ความได้เปรียบของบ้านใหญ่รวมศูนย์ และได้มือพระกาฬระดับ “สมชาย โล่ห์สถาพรพิพิธ” สจ. ในขณะนั้นนำทีมทำดิวแจ้งเกิด “ครูกิจ” ผงาดขึ้นตำแหน่งนายก อบจ.

  ต่อมา“สมชาย” ก็ผงาดขึ้นเป็น ส.ส. ประชาธิปัตย์ ชนิดแคนดิเดทอื่นๆ ถูกตัดแบบไม่ห่วงเยื่อใย บ้านใหญ่ใครรักก็รักยิ่ง แต่น่าเสียดาย “สมชาย” กลับสะดุดขาล้มสองครา กล่าวคือ ครั้งแรกอื้อฉาวคาบ่อน กับสอง ต้องคำพิพากษา ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี

  คดีดังนั่นเป็นข่าวที่สั่นสะท้าน มูลคดีเป็นเหตุใส่ร้ายป้ายสี บนเวทีหาเสียง ให้ “กิจ หลีกภัย” ผู้พี่ ว่ากันว่านักการเมืองใหญ่ระดับตำนานถึง ควันออกหู

  อย่างไรก็ตาม “กิจปวงชน” เติบโตด้วยอิงกระแสนิยมน้องกับพรรคดัง ว่ากันว่า ยุคสุดท้าย “กิจปวงชน” ถูกถล่มหนักเรื่องความโปร่งใส มีคดี ที่ ปปช. (สำนักงานปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง โดยล่าสุด ปีนี้ ก็สอบตกในด้านความโปร่งใส นำความรู้สึกคอการเมืองชาวตรัง ถึงสะอึกอื้นไปนาน (INFO : จัดอันดับคุณธรรมความโปร่งใส 63 อบจ. 76 จังหวัด สอบตก 60 จังหวัด

  วัย 86 ของอดีตนายก อบจ.ตรังผู้ครองบัลลังก์ร่วม 20ปี ก็ประกาศศักดามอบเมืองตรัง ส่งไม้ต่อมอบให้นักธุรกิจรับเหมางานภาครัฐชื่อดัง “บุ่นเล้ง โล่ห์สถาพรพิพิธ” 

  “กิจปวงชน” มีไม้เด็ดอะไรจึงน่าติดตามและจับตานักการเมืองใหญ่ผู้เคยลั่น “กว่าจะแหวกม่านสีม่วงออกมาได้” สำนวนนี้ต้องไม่เกิดขึ้นกับเมืองตรังในศึกเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้

  เทียบฟอร์มกับ "สาธร วงศ์หนองเตย" วัย 58 ปี น้องชายอดีตรัฐมนตรีและส.ส. ประชาธิปัตย์ เขต 2 สาธิต วงศ์หนองเตย ที่สะสมประสบการณ์การเมืองยาวนาน แบบฉบับ “นักต่อสู้ตัวจริง” (สาธร วงศ์หนองเตย)

  “สาธร” ทำงานการเมืองเครือข่ายภาคประชาชนโดยเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2526 ครั้งเป็นประธานกลุ่มนักศึกษาชาว "ตรัง รามคำแหง" แต่ถูกดึงลงมาให้ช่วย “ชวน หลีกภัย” รองรับการหาเสียง เพราะมิติการเมืองเข้มข้น ด้วยสไตล์ “ทวี สุระบาล” ที่ชนะ สจ. ด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง

  ปี 2529 การเมืองจังหวัดตรังยังมีชื่อ “พิทักษ์ รังษีธรรม” ว่ากันว่าเขตเลือกตั้งห้วยยอด เป็นตัวแปร โดยเล่ากันเสียงดังว่า ที่ตำบลบางดี ภรรยาผู้นำท่านหนึ่งกระโดดขึ้นไปแย่งไมค์ “ชวน หลีกภัย” ประกาศลั่นว่า “ฉานไม่ให้แหลง!” ความเข้มข้นนี้ นำสู่ความเปลี่ยนแปลงด้วยเสียงชาวตรังตัดสิน ให้ ปชป. ไปสู่ชัยชนะได้ ส.ส.ไปครอง 3 เก้าอี้ แม้นเขตห้วยยอด คะแนน “ทวี สุระบาล” จะนำ “ชวน หลีกภัย” กล่าวเช่นนี้เพราะ อำเภอห้วยยอดเวลานั้น ผู้นำท้องถิ่นทั้ง 99 เปอร์เซ็นต์ ปฎิเสธแนวการเมืองของ “ชวน หลีกภัย”

 “สาธร” ซึ่งอยู่เบื้องหลังเวทีการเมืองมาตลอด จึงเจนจัดเวทีทำศึกตื้นลึกหนาบางสูงต่ำดำขาวในวงการนี้ไม่น้อย จึงได้ออกอบรม ลูกทีมเรื่อง “อย่าหวั่นไหว.. เล่นการเมืองต้องแพ้ได้ชนะได้ แต่ต้องยืนบนแนวทางสุจริต”

  ศึกอบจ ตรัง เคี่ยวกรำศึก ระหว่าง “บุ่นเล้ง” หัวขบวนกิจปวงชน และ “สาธร” ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง เดินถึงโค้งสุดท้าย

  แนวการเมืองของ 2 ทีมนี้ มีความแตกต่างค่อนข้างชัดเจน

  บุ่นเล้งไม่ได้หาเสียงด้วยนโยบายมาตั้งแต่ต้น ชัดเจนผ่านคำสัมภาษณ์ของ”บุ้นเล้ง” เรื่องนโยบายว่า ไว้เข้าไปก่อนจึงค่อยว่ากัน และนายกฯ กิจ มีประสบการณ์ก็จะเป็นที่ปรึกษาอยู่แล้ว
โดยบุ่นเล้ง กล่าวให้สัมภาษณ์ตั้งแต่วันรับสมัคร (2 พ.ย.)

  ขณะที่ “สาธร วงศ์หนองเตย” มาสมัครวันที่ 5 พ.ย.เสนอนโยบาย 12 ข้อ ตั้งแต่ขอทำตรังเป็นเมืองสุจริต ไปถึง การทำการเมืองใหม่ "สร้างแรงกดดัน" จนกระทั่งต่อมา ราววันที่ 11 ธ.ค. ทีมกิจปวงชน จึงตัดสินใจคลอดนโยบายตามมา 8 ข้อ

  ถึงแม้ประกาศตัวเล่นการเมืองครั้งแรก แต่สาธร ก็ถูกกล่าวหาว่ามีแต่ความคิดและอุดมการณ์ ยังไม่เคยบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ซึ่งจะเป็นข้อดีหรือข้อเสีย เห็นจะแยกได้ยากอยู่

  ความเคลื่อนไหวการเมืองระดับ อบจ. ตรัง จึงมีสีสันยิ่ง

  โค้งสุดท้ายการหาเสียง “สาธร” รุกหนักด้วยการเปิดตัวทีมบริหารเป็นระยะๆ ตั้งแต่ รองนายกฯ ที่เชี่ยวชาญด้าน ไอที หรือ เปิดตัว มุสลิมชื่อดังของตรัง ระดับผู้บริหารระดับสูงของกรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช “สนิท องศารา” ซึ่งลาออกมาร่วมทีม และมี สายอำเภอกันตัง เชี่ยวเรื่องโลจิสติกส์ จะมาทำให้กันตังเป็นเมืองท่า

  ด้านยางพารา ก็เสนอ คนดังระดับประธานสหกรณ์สวนยางภาคใต้

  ขณะที่ ฝ่าย “กิจปวงชน” เงียบกริบมีเพียง หน้าเฟซบุ๊กของ “กิจ” เองที่เคลื่อนไหวมากโดยเฉพาะเรื่องนำของจากประธานรัฐสภาออกแจกช่วยน้ำท่วมหลายจุด สุ่มเสี่ยงต่อข้อกฎหมาย (เพจนายกิจ หลีกภัย)

  ขณะที่โค้งสุดท้ายของ “สาธร” และทีม ออกปราศรัยไลฟ์สด ทุกวัน จนยอดวิวทะลุหลักพันหลักหมื่น (คลิปหาเสียงสาธร วงศ์หนองเตย)

  แรงกดดันนี้จึงรวมอยู่กับ “บุ่นเล้ง” แห่ง “ทีมกิจปวงชน” ที่ไม่แม้นกระทั่งย่างกรายขึ้นปรากฎตัวบนเวทีแสดงทัศนะทางเมือง เมื่อครั้ง
ปฎิเสธไม่ร่วมเวทีของ กกร.(คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน) โดยระบุสาเหตุ “พูดไม่เก่ง” ทำเอาบรรดานักธุรกิจชั้นนำคาใจยิ่งว่า “ขนาดไม่มีตำแหน่งยังพบยาก ถ้ามีอำนาจจะขนาดไหนฤา” ยังแก้ไม่ตก  

  เซียนการเมืองต่างจับตา ว่าถึงนาทีนี้ ภายใต้โครงข่ายการเมืองระดับท้องถิ่นอันเหนียวแน่น โดยไม่ต้องบอกนโยบาย กับแนวการเมือง ลงพื้นที่ ปราศรัย ไลฟ์สด อะไรจะโดนใจคนตรังกว่า และผลเลือกตั้งจะส่งผล “บ้านใหญ่บ้านเล็ก” กลายเป็นตำนานไปกับ “กิจปวงชน” หรือไม่

  เวทีเลือกตั้งอบจ.ตรัง มีผู้สมัคร "นายก อบจ.” 3 คน คือ นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ เบอร์ 1 ทีมกิจปวงชน , นายสาธร วงค์หนองเตย เบอร์ 2 ทีมตรังพัฒนาเมืองตรัง และนายภูผา ทองนอก เบอร์ 3 ในนามตรังก้าวใหม่

  

บทความที่เกี่ยวข้อง
close
หน้าแรกประเด็นเด็ดข่าวดังท้องถิ่นข่าวประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นวาไรตี้กิจกรรมรวมคลิป