วัน พุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
menu
หน้าแรก ประเด็นเด็ด keyboard_arrow_downข่าวดังท้องถิ่น keyboard_arrow_downข่าวประชาสัมพันธ์ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
ท้องถิ่นวาไรตี้ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
กิจกรรม รวมคลิป keyboard_arrow_down
หมวดหมู่ :

อปท.ภูเก็ตหนุนปกครองตนเองรูปแบบพิเศษ เสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯ นำร่องภาคละ 1 จังหวัด

access_time
ธันวาคม 09, 2022

          อปท.ภูเก็ต ระดมสมองเสนอรูปแบบการปกครองตนเองบริหารราชการพิเศษเหมือนกรุงเทพมหานคร หนุนปลดล็อคท้องถิ่น -ผลักการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เหมือนกรุงเทพมหานคร เสนอนำร่องภาคละจังหวัด

 

          คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ได้จัดสัมมนา “ทิศทางพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ณ ห้องประชุมโรงแรมดารา อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายสมชาย ฝั่งชลจิตร โฆษกคณะกรรมาธิการฯ นายชำนาญ จันทร์เรือง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล พร้อมทั้ง ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการ และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมการสัมมนา

 

อปท.ภูเก็ตหนุนปกครองตนเองรูปแบบพิเศษ เสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯ นำร่องภาคละ 1 จังหวัด

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานมีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเสนอให้จังหวัดภูเก็ต มีรูปแบบการปกครองตนเองในรูปแบบการบริหารราชการพิเศษ แบบกรุงเทพมหานคร เพราะแต่ละปีมีการจัดเก็บรายได้จำนวนมากทำให้มีความพร้อมด้านงบประมาณ และสนับสนุนให้มีการปลดล็อคท้องถิ่น ด้วยวิธีการแก้ไข พ.ร.บ.การบริหารราชการท้องถิ่น หรือแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นที่ต้องเพิ่มบทบาทและอำนาจหน้าที่ควบคู่กันพร้อมทั้งผลักดันให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด เหมือนกรุงเทพมหานคร โดยนำร่องภาคละจังหวัด

 

          นายสมชาย ฝั่งชลจิตร โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ประเด็นสำคัญเพื่อระดมความคิดเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต มีความพร้อมที่จะดูแลและปกครองตนเองในรูปแบบการบริหารราชการพิเศษหรือรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่เป็นความต้องการของชาวภูเก็ตมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ทำรายได้ให้ประเทศจำนวนมาก แต่ว่าการบริหารจัดการในเรื่องบประมาณกลับต้องขึ้นกับส่วนกลางทำให้ผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล  ต่างรู้สึกว่าขาดความเป็นอิสระในการบริหารโดยเฉพาะด้านงบประมาณ จึงมีความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถปกครองตนเองในรูปแบบกรุงเทพมหานคร

 

          โดยเฉพาะประเด็นที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตบอกว่ารายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของบริษัทใหญ่ๆ ที่มีสาขาอยู่ในภูเก็ต ควรเป็นรายได้ท้องถิ่น แต่เวลาสาขาของบริษัทเหล่านี้ยื่นภาษีจะไปยื่นรวมกับสำนักงานใหญ่ที่ กทม. ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลส่วนกลางเอาเปรียบคนท้องถิ่นมาก

 

          “ภูเก็ตเป็นเมืองพิเศษที่อยากให้เป็นโมเดลระดับโลก แต่ว่าคนภูเก็ตทำเองไม่ได้ ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงมาร่วมรับฟังความรู้สึกและอยากจะสร้างความฝันร่วมกับชาวภูเก็ต คือการปลดล็อกท้องถิ่น ซึ่งต้องไปแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 และยังมีอีกแนวทางหนึ่ง คือ การแก้ไข พ.ร.บ.การบริหารราชการท้องถิ่น หรือแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ซึ่งต้องเพิ่มบทบาท เพิ่มอำนาจหน้าที่ควบคู่กัน” โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าว

 

ภูเก็ตหนุนปกครองตนเองรูปแบบพิเศษ เสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯ นำร่องภาคละ 1 จว.

 

          นายอรุณ โสฬสนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า การกระจายอำนาจยกระดับภูเก็ตเป็นการปกครองรูปแบบพิเศษมีการพูดกันมานานหลาย 10 ปีแต่ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งปัจจุบันถึงเวลาที่จะต้องมีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ลดข้อจำกัดในระเบียบกฎหมายให้เข้ากับบริบทในพื้นที่ ขอเรียกร้องว่าเมื่อถ่ายโอนแล้วต้องให้อำนาจตัดสินใจอย่ามองว่าท้องถิ่นคิดไม่เป็น

 

          เช่น อบต.เชิงทะเล อยากทำศูนย์ฟอกไต แต่ไม่มีอำนาจทำ และอยากมีโรงพยาบาลที่มีความพร้อมที่จะทำได้ แต่อำนาจไม่มีทั้งที่เงินสะสมพร้อมทำได้ นี่คือสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการดูแลประชาชน จึงต้องการให้เปลี่ยนแปลงถ้าเปลี่ยนแปลงใหญ่ไม่ได้ขอให้เปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้ากว่านี้

 

          “ที่ผ่านมาท้องถิ่นไม่เคยได้งบประมาณถึง 30% เงินที่ให้ท้องถิ่นมาก็ไม่ตรงกับที่ขอไปกลับมาในรูปของ อสม.และอาหารเสริมนักเรียนไม่ตรงกับประเด็นที่ขอไป เป็นความเจ็บปวดที่เราอยากทำแต่ทำไม่ได้ซึ่งท้องถิ่นมีปัญหาในการบริหารงานเพราะไม่มีกฎหมายชัดเจนของท้องถิ่น หากแก้ไขและทำได้จะทำให้ท้องถิ่นมีความเจริญและเข้มแข็งมากกว่าที่เป็นอยู่”

 

          นายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล กล่าวว่า การกระจายอำนาจ เป็นหัวใจของระบบการบริหารจัดการ จะรวบอำนาจไม่ได้ ต้องมีการกระจายสู่ตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง การพัฒนาประเทศที่มีความเจริญได้จะใช้ระบบกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นสนองตอบความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

 

          นายดอน ลิ้มนันทพิสิฐ ในนามสภาพลเมืองภูเก็ต กล่าวว่า การกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่เรียกร้องกันมานานทุกคนรู้ปัญหาไม่มีใครคัดค้าน ส.ส.มาหาเสียงทุกคนเมื่อได้รับตำแหน่งขึ้นไปก็เงียบไม่มีการสานต่อ เวลาหาเสียงเก่งพูด กระจายอำนาจลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน คำพูดสวยหรู ผ่านมากี่ปีแล้วก็เหมือนเดิมเราต้องการเพียงประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการกำหนดทิศทางการพัฒนาและบริหารจัดการสภาพปัญหาของท้องถิ่น พร้อมทั้งนำเสนอให้โอกาสจังหวัดภูเก็ตมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง เหมือนกรุงเทพมหานครและควรให้นำร่องภาคละจังหวัด เช่น ภูเก็ต นำร่องภาคใต้ เชียงใหม่นำร่องภาคเหนือ นครราชสีมา นำร่องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น

 

อปท.ภูเก็ตหนุนปกครองตนเองรูปแบบพิเศษ เสนอเลือกตั้งผู้ว่าฯ นำร่องภาคละ 1 จังหวัด

 

          นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร 3 อำเภอ 17 ตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 19 แห่ง ทางคณะกรรมาธิการฯต้องการให้เสนอความเห็นการปกครองรูปแบบพิเศษคล้ายกรุงเทพมหานคร ส่วนตัวคิดว่าการจัดรูปแบบนี้มีการคิดมานานแล้วแต่ไม่สำเร็จและมีความเป็นไปได้น้อย

 

          หลังเกิดเหตุการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563-2565 จะเห็นได้ว่าคนภูเก็ตลำบากอย่างเฉียบพลัน สิ่งที่ใกล้ชิดกับประชาชนคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. เทศบาล อบจ. ) เข้ามาช่วยเหลือทันท่วงทีแต่การช่วยเหลือมีการตีกรอบระเบียบกฎหมายสูงมาก แม้แต่การซื้อถุงยังชีพจำนวน 1 แสนถุง องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตยังไม่มีอำนาจทำได้ ต้องให้องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลทำหนังสือร้องขอมาที่องค์การบริหารส่วนภูเก็ต และต้องเข้าคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนท้องถิ่นแต่ละแห่งให้เรียบร้อยแล้วกลับสู่กระบวนการอีกครั้ง ทำให้การช่วยเหลือประชาชนมีความล่าช้าไม่ทันต่อสถานการณ์

 

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
close
หน้าแรกประเด็นเด็ดข่าวดังท้องถิ่นข่าวประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นวาไรตี้กิจกรรมรวมคลิป