วัน เสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564
menu
หน้าแรก ประเด็นเด็ด keyboard_arrow_downข่าวดังท้องถิ่น keyboard_arrow_downข่าวประชาสัมพันธ์ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
ท้องถิ่นวาไรตี้ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
กิจกรรม รวมคลิป keyboard_arrow_down
หมวดหมู่ :

ป.ป.ช. แจง “ยืม” แบบไหน ไม่ต้องยื่นบัญชีฯ

access_time
มิถุนายน 28, 2019

       เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2562 เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณียืมทรัพย์สิน ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ หลังจากมีข่าวปรากฎในสื่อมวลชนว่า การยืมทรัพย์สินบุคคลอื่นมาไม่จำเป็นต้องนำมาแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

       นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวว่า ข่าวที่ปรากฏดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนของสื่อมวลชนและสาธารณชน จากเหตุการณ์ในงานสัมมนาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ หอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2562 ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสอบถามวิทยากรผู้แทนของสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าการยืมของหรือยืมนาฬิกาเพื่อนจะต้องแจ้งทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือไม่ สำหรับประเด็นนี้ มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณา คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 “กำหนดว่ายืมใช้คงรูป คือ สัญญาที่บุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ยืม ให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืม ใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ได้เปล่า และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้นเมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว” และมาตรา 650 กำหนดว่า “ยืมใช้ สิ้นเปลือง คือ สัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้น เป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืมนั้น” ดังนั้น กรณียืมใช้คงรูป กรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้ให้ยืมเพียงแต่ผู้ยืมยังคงมีหน้าที่จะต้องคืนทรัพย์สินแก่เจ้าของตามข้อตกลงที่ให้ยืม หนี้ตามสัญญายืมใช้คงรูป จึงไม่ได้กำหนดไว้ในแบบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

       ส่วนกรณียืมใช้สิ้นเปลือง โดยเฉพาะการยืมเงิน กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืมมาได้โอนมาเป็นของผู้ยืม และผู้ยืม มีหนี้ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงกำหนดรายการหนี้สินดังกล่าวไว้ในแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่ต้องนำมาแสดงตามที่ปรากฏอยู่ในรายการหนี้สิน 4 รายการข้างต้น ทั้งนี้ หากมีประเด็นการยืมทรัพย์สินระหว่างกัน
และมีการกล่าวหาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือ กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นการยืมทรัพย์สินกันจริงหรือไม่ หรือเป็นการกล่าวอ้างของผู้ยื่นบัญชี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป ดังเช่น กรณีมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับรถยนต์ยี่ห้อ โฟล์กสวาเก้นท์ที่พบอยู่ในบ้านพักอาศัยของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม โดยมีการกล่าวอ้างว่าบุคคลอื่นให้ยืมใช้ทรัพย์สิน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าเป็นทรัพย์สินของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ที่ต้องนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรณีที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนเกี่ยวกับนาฬิกา ที่พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ สวมใส่ในสถานที่ต่างๆ จำนวนหลายเรือน ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รวบรวม ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ยืมเพื่อนมาใส่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วคืนกลับไป จึงไม่เป็นทรัพย์สินของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ต้องนำมาแสดงต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่อย่างใด คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นองค์กรบังคับใช้กฎหมาย การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องใด ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และหลักกฎหมาย ที่ปรากฏในเรื่องนั้น ไม่อาจพิจารณาวินิจฉัยตามความรู้สึกหรือกระแสสังคมในทางใดทางหนึ่งได้

       นอกจากนั้น ในกรณีที่เป็นเรื่องไต่สวนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูลก็ต้องเปิดเผยเหตุผลของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ตามมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ด้วย และหากปรากฏพยานหลักฐานใหม่อันเป็นสาระสำคัญแก่คดีซึ่งอาจทำให้ผลของคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็สามารถรับหรือยกเรื่องขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สุจริต และเที่ยงธรรม

บทความที่เกี่ยวข้อง
close
หน้าแรกประเด็นเด็ดข่าวดังท้องถิ่นข่าวประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นวาไรตี้กิจกรรมรวมคลิป