วัน ศุกร์ ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
menu
หน้าแรก ประเด็นเด็ด keyboard_arrow_downข่าวดังท้องถิ่น keyboard_arrow_downข่าวประชาสัมพันธ์ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
ท้องถิ่นวาไรตี้ keyboard_arrow_down
อ่านต่อ
กิจกรรม รวมคลิป keyboard_arrow_down
หมวดหมู่ :

"บิ๊กแจ๊ส" ถูกกล่าวหา หาเสียงเกินอำนาจ อบจ. ลุ้น กกต.วินิจฉัย

access_time
มกราคม 25, 2021

 วันที่ 25 มกราคม 2564 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จ.ปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ส พร้อมด้วย นายอดิสร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาพบคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยมี น.ส.สุชัญญา วิมุกตายน ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี และนายอมร รัชตังกูร รอง ผอ.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปทุมธานี ร่วมชี้แจ้งข้อกล่าวหา 6 ประเด็น โดยไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นและสื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง นอกจากทนายเพียงคนเดียวเท่านั้น

  เนื่องจาก นายไพศาล กล่ำสนอง ผู้สมัคร ส.อบจ. เขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นตัวแทนกลุ่มปทุมรักไทยของนายชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปทุมธานี ได้ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และ ส.อบจ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ใจความระบุว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี (หมายเลข 2) และ ผู้สมัคร ส.อบจ.ปทุมธานี กลุ่ม “คนรักปทุม” ได้กระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นใน มาตรา 65 วรรคหนึ่ง (5) และวรรคสอง ในการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.63 ซึ่งนโยบายที่ใช้หาเสียงเลือกตั้งนั้นเป็นการหลอกลวงประชาชน อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของ อบจ. และไม่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย โดยมีประเด็นที่กระทำผิด ดังนี้

  1. สนับสนุน ให้ นายอดิศร เพียงเกษ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ขึ้นปราศรัยหาเสียงให้ร้าย ใส่ความด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จว่า “น้ำท่วมปทุมธานี ปี 2554 เกิดจากผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ปล่อยให้น้ำท่วมปทุม เพราะนายก อบจ.ปทุมธานี ในขณะนั้นไม่มีความสามารถ และยังปราศรัยว่า ขณะที่นายชาญ พวงเพ็ชร์ เป็นนายกอบจ.ปทุมธานี มีคดีทุจริตอยู่ในการสอบสวนของ ป.ป.ช. กว่า 40 คดี และหากินกับผู้รับเหมา และด่าว่าเป็นสัตว์เดรัจฉาน”

  2. นโยบายในการหาเสียงของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และกลุ่มคนรักปทุมเป็นนโยบายที่หลอกลวงประชาชน อยู่นอกอำนาจหน้าที่ของ อบจ. และไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณเกินกว่าอำนาจหน้าที่ อบจ. มีดังนี้

  1.) นโยบายกำจัดผักตบชวาแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ในความดูแลของกรมเจ้าท่า ไม่สามารถดำเนินการได้

  2.) นโยบายแก้ไขปัญหาน้ำประปาไหลอ่อน มีราคาแพง เรื่องการผลิตน้ำประปาอยู่ของการประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค อบจ.ปทุมธานี ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากจะซ้ำซ้อนกับรัฐวิสาหกิจ

  3.) นโยบายแก้ปัญหารถติด ด้วยรถไฟฟ้าโมโนเรล เป็นการใช้งบประมาณเกินกว่าที่ อบจ.ปทุมธานี หากดำเนินการต้องใช้งบประมาณหลายหมื่นล้านบาท ไม่สามารถดำเนินการได้ อบจ.ไม่สามารถดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะที่ซ้ำซ้อนกับกระทรวงคมนาคมได้

  4.) นโยบายด้านการกีฬา จัดสร้างสนามฟุตบอล มาตรฐานระดับฟีฟ่า และจัดตั้งทีมฟุตบอลปทุมธานี เอฟซี เพื่อส่งแข่งขันในลีกสูงสุดของอาชีพ ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ อบจ.ปทุมธานี เนื่องจาก อบจ. สามารถส่งเสริมการกีฬาได้เท่านั้น การสร้างสนามกีฬามาตรฐานฟีฟ่าต้องใช้พื้นที่และงบประมาณหลายร้อยล้านบาท อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำหรับการสร้างทีมฟุตบอลอาชีพ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเคยวินิจฉัยว่า องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถอุดหนุนกีฬาอาชีพได้ และมีการเรียกคืนเงินงบประมาณดังกล่าวแล้วหลายครั้ง

 ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปิดเผยหลังรับทราบข้อกล่าวหาว่า วันนี้ทาง กกต. ได้เรียกผมเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา โดยตัวผมเองมีทั้งหมด 6 ประเด็น และท่านอดิสร เพียงเกษ มี 3 ประเด็น และผมได้ดูข้อกล่าวหาที่ถูกร้องเรียนแล้ว มีทั้งหมด 6 ประเด็น ซึ่งทางผมเองต้องหาตัวพยานบุคคลและหลักฐาน โดยทางผมนั้นมีทั้งพยานและหลักฐานจำนวนมาก สำหรับเรื่องที่ถูกร้องเรียนนั้น ทาง กกต.ระบุในลักษณะว่า ไม่ใช่หน้าที่ อบจ. ดังนั้นผมก็อยากจะถามว่า แล้ว อบจ. จะทำอะไรได้บ้าง อย่างเช่น ปัญหาขยะในแม่น้ำลำคลอง ปัญหาน้ำประปา ปัญหารถติด การสร้างสนามกีฬาประจำจังหวัด เป็นต้น ซึ่งจริงๆแล้ว เขาไม่รู้เลยหรือว่า ทางเราได้เตรียมการ วางนโยบาย และยุทธศาสตร์ในการวางแผน 1 ปี ซึ่งถ้าเราเข้าไปบริหารเราทำแน่นอน และจะเห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 1 ปีอีกด้วย ดังนั้นหลังรับทราบข้อกล่าวหาการร้องเรียน เราต้องเตรียมพยานหลักฐาน โดยวันนี้ได้ขอขยายเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานไป 20 วัน โดยทาง กกต. ก็ให้เวลาเราเพียง 15 วัน นับจากวันนี้ไปจนถึงวันที่ 9 ก.พ. นี้ เพื่อให้เราได้เตรียมพยานหลักฐานมาชี้แจง ซึ่งทางเราไม่ได้มีความหนักใจอะไรเลย เพราะเราสามารถชี้แจงได้ทั้งหมด เพียงแต่เขาบอกว่า นโยบายต่างๆ นั้นไม่ใช่หน้าที่ อบจ. แต่เราคิดว่า อบจ.นั้น สามารถทำได้แต่เพียงเป็นการประสานงาน ซึ่งขนาดผมไม่ใช่นักกฎหมายผมยังมองออกเลยว่า ตาม พ.ร.บ.ส่วนท้องถิ่นจังหวัด ปี 2540 อบจ. ทำอะไรได้บ้าง ทั้งขยะมูลฝอยต่างๆ เป็นหน้าที่ของ อบจ. และเอกสารหลักฐานพยานบุคคล ผมพยายามจะเตรียมมาให้ครบในวันที่ 9 ก.พ. เพราะนิสัยผม อยากให้ทุกอย่างรู้ว่าไปเลยว่า แพ้ก็แพ้ ชนะก็ชนะ ใบแดง ใบเหลือง ก็ว่ากันไปเลย จะได้จบกัน

(ขอบคุณข้อมูลจาก เพจ ปทุมธานี นิวส์ Pathum Thani News)

 

บทความที่เกี่ยวข้อง
close
หน้าแรกประเด็นเด็ดข่าวดังท้องถิ่นข่าวประชาสัมพันธ์ท้องถิ่นวาไรตี้กิจกรรมรวมคลิป