สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย จัดการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม 2569 เพื่อพัฒนาบุคลากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาล ณ อาคารชาเลนเจอร์ อาคาร 2 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมและสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-5 มีนาคม 2569

โดยมี นายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลบรบือ ในฐานะนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน และมี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมในฐานะเจ้าของพื้นที่
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายอรรถษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีคณะอุปนายกสมาคมฯ ทั้ง 5 ภาค คณะกรรมาธิการบริหารสมาคมฯ ประธานสันนิบาตเทศบาลจังหวัด ตลอดจนนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และบุคลากรสังกัดเทศบาลสมาชิกจากทั่วประเทศเข้าร่วมการประชุมกว่าหลายพันคน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่การปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

โดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงภาพรวมและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดนนทบุรีในปัจจุบันว่า จังหวัดนนทบุรีมีการบริหารราชการส่วนภูมิภาคแบ่งเป็น 6 อำเภอ 52 ตำบล 328 หมู่บ้าน และขับเคลื่อนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 46 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 3 แห่ง เทศบาลเมือง 16 แห่ง เทศบาลตำบล 3 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบลอีก 23 แห่ง โดยด้วยศักยภาพของพื้นที่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมจากกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้จังหวัดนนทบุรีก้าวสู่ความเป็นสังคมเมืองอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ ทางจังหวัดจึงมุ่งเน้นการพัฒนาภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมผลักดันให้เป็นเมืองเศรษฐกิจมูลค่าสูงที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และกระจายความเจริญเติบโตให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง โดยสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งและมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพร้อมรับต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
ในโอกาสนี้ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ในนามตัวแทนของชาวจังหวัดนนทบุรี ได้กล่าวแสดงความยินดีและขอกล่าวต้อนรับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านเข้าสู่จังหวัดนนทบุรีด้วยความยินดียิ่ง
ด้านนายวิสูตร จงชูวณิชย์ นายกเทศมนตรีตำบลบรบือ นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการในครั้งนี้ว่า สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยถือเป็นสมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งแรกของประเทศที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 จนปัจจุบันมีสมาชิกครอบคลุม 2,421 แห่ง และยังคงมุ่งมั่นในพันธกิจด้านการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และท้องถิ่น ตลอดจนการพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการสาธารณะให้ได้มาตรฐานสากล
นอกจากนี้สมาคมฯ ยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวแทนขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการบริหารงานท้องถิ่นและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ได้มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้ในประเด็นหัวใจสำคัญ เพื่อพัฒนาศักยภาพ และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้บริหารและบุคลากรของเทศบาล ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ หน้าที่และอำนาจในการจัดบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในอนาคต แนวทางการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน และทิศทางการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น
โดย สมาคมฯ ได้รับความอนุเคราะห์อย่างดียิ่งจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ที่ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานอนุกรรมการพัฒนาแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายมณเทียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และพันจ่าเอก ชนินทร์ ราชมณี ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล (ก.ท.) มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ ซึ่งทางสมาคมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาเทศบาลให้มีความเจริญก้าวหน้า และสร้างรากฐานการพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและยินดีต่อบทบาทของสมาคมฯ ในฐานะเวทีสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของการบริหารราชการจากฐานราก ท่ามกลางบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทั้งในมิติเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ
โดยเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการวางยุทธศาสตร์ในระดับนโยบายเท่านั้น แต่หัวใจที่แท้จริงคือการนำนโยบายเหล่านั้นไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นกลไกหลักที่อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด รัฐบาลจึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเข้มแข็งและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ท้องถิ่น ทั้งในด้านการบริหารจัดการและงบประมาณ เพื่อให้สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ทันต่อสถานการณ์ และสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านการสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนได้ให้ความสำคัญกับการจัดการภัยพิบัติที่ทวีความรุนแรงและซับซ้อนขึ้นในปัจจุบัน โดยกำชับให้เทศบาลทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการเตรียมความพร้อมและปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการตั้งรับสู่การวางระบบเชิงรุก รวมถึงการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพและการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกัน ภารกิจด้านบริการสาธารณะพื้นฐาน อาทิ โครงการน้ำสะอาด การจัดการสิ่งแวดล้อม และการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรอบคอบในการใช้อำนาจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชนว่าผู้บริหารท้องถิ่นมีความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง
“ผมมีความเชื่อมั่นว่าหากเทศบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะเข้มแข็ง หากเทศบาลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความมั่นคง ประเทศจะมั่นคง” นายอนุทินกล่าว
ในช่วงท้ายของการเปิดงาน นายอนุทินได้กล่าวถึงการประชุมในครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริหารท้องถิ่นจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกันเพื่อยกระดับการทำงานให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าในฐานะคนทำงานร่วมกัน ตนเองและผู้บริหารท้องถิ่นต่างเป็นเพื่อนร่วมงานที่มีเป้าหมายสูงสุดเดียวกัน คือความกินดีอยู่ดีของประชาชน โดยรัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันภารกิจต่างๆ ให้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนสืบไป ก่อนจะกล่าวอวยพรให้การสัมมนาประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการและทำพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ

นอกจากนี้ สมาคมสันนิบาตฯ ได้เชิญหน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมแสดงผลงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานของเทศบาลทั่วประเทศอีกด้วย























