close

หน้าแรก

menu
search

ย้ำ! เกณฑ์การตั้งผู้รักษาราชการแทนของ อปท.

schedule
share

แชร์

 สถ. แจงแนวฏิบัติการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน หลัง อปท. หลายแห่งดำเนินการไม่ถูกต้อง

  เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2562 นายสันติธร ยิ้มละมัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แจ้งแนวทางการรักษาราชการแทนปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระบุว่า เนื่องจากมี อปท. หลายแห่งดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาราชการแทนไม่ถูกต้อง ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติราชการแทนปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ อปท. ทุกแห่งปฏิบัติในหลักเกณฑ์เดียวกันอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบริหารและการปฏิบัติงานของ อปท. เป็นไปด้วยความถูกต้อง

  การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน  กรณีไม่มีปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้รองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้รักษาราชการแทน  ถ้ามีรองปลัดฯ หลายคน ให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่งตั้งรองปลัดฯ คนใดคนหนึ่ง เป็นผู้รักษาราชการแทน แต่หากไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองปลัดฯ  หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นผู้รักษาการแทน

  ส่วนกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกอง หรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่น หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่งตั้งข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในกอง หรือส่วนราชการนั้นคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรให้เป็นผู้รักษาราชการแทนได้ แต่เพื่อความเหมาะสมแก่การรับผิดชอบการปฏิบัติราชการในกองหรือส่วนราชการนั้น นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นคนใดคนหนึ่ง ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นเป็นผู้รักษาราชการแทนก็ได้

  ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน หรือกรณีที่ไม่มีนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ให้รองปลัดฯ หรือหัวหน้าส่วนราชการที่มีอาวุโสตามแบบแผนของทางราชการเป็นผู้รักษาราชการแทน

  ด้านการพิจารณาลำดับอาวุโส ให้พิจารณาดังนี้

  1. ผู้ใดดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงกว่าถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า
  2. ถ้าเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งในระดับเดียวกัน ผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับนั้นก่อน ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า
  3. ถ้าเป็นผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับเดียวกันพร้อมกัน ผู้ใดได้รับเงินเดือนมากกว่า ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า
  4. ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับเงินเดือนเท่ากัน ผู้ใดมีอายุราชการมากกว่าถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า
  5. ถ้าเป็นผู้ที่มีอายุราชการเท่ากัน ผู้ใดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นสูงกว่า ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า
  6. ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นเดียวกัน ผู้ใดได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นนั้นก่อน ถือว่าผู้นั้นรู้สุขกว่า
  7. ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในชั้นเดียวกันพร้อมกัน ผู้ใดมีอายุแก่กว่าผู้ถือว่าผู้นั้นอาวุโสกว่า

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

เยาวชน ‘นครยะลา’ อวดศักยภาพ นายกฯ แนะ ‘อย่าถ่อมตน’

เยาวชน ‘นครยะลา’ อวดศักยภาพ นายกฯ แนะ ‘อย่าถ่อมตน’

นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เยือน “นครยะลา” เยี่ยมชมอุท…

schedule
อธิบดี สถ. โร่แจงงบฯ 100 ล้าน สร้างฝายเอลนีโญทั่วประเทศ

อธิบดี สถ. โร่แจงงบฯ 100 ล้าน สร้างฝายเอลนีโญทั่วประเทศ

อธิบดี สถ. เผยกรณี ส.ส.นครศรีธรรมราช ตั้งข้อสงสัยการขอร…

schedule
ด่านแรกฉลุย! พม. เคาะเบี้ยแรกเกิด – สูงอายุ – พิการ ถ้วนหน้า

ด่านแรกฉลุย! พม. เคาะเบี้ยแรกเกิด – สูงอายุ – พิการ ถ้วนหน้า

“วราวุธ” รมว.พม. นั่งหัวโต๊ะ อนุฯ ขับเคลื่อนสวัสดิการโด…

schedule
สส. หนุนแก้ พ.ร.บ. คืนอำนาจท้องถิ่นจัดสอบ ขรก.

สส. หนุนแก้ พ.ร.บ. คืนอำนาจท้องถิ่นจัดสอบ ขรก.

“พัฒนา สัพโส” สส. พรรคเพื่อไทย เสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ…

schedule

นิตยสารผู้นำท้องถิ่นออนไลน์ รวมข่าวสารอัพเดทของคนท้องถิ่น

ติดต่อเรา

อีเมล : [email protected]