close

หน้าแรก

menu
search

บรรเทาวิกฤต “ขยะมูลฝอย” บทบาทสำคัญของท้องถิ่น

schedule
share

แชร์

            ปัญหาขยะมูลฝอยและสิ่งแวดล้อมถือเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเป็นปัญหาซ้ำซากที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการขยะที่ไม่ถูกต้อง จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อน

           ทั้งนี้ วิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด – 19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการผลิตและบริโภคไปอย่างมาก โดยการสั่งสินค้าและอาหารออนไลน์เพื่อความสะดวกสบายถือเป็นกระแสหลักในการบริโภคในปัจจุบัน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ การค้าขายสินค้าและผลิตภัณฑ์ อาทิ เปลี่ยนจากการขายสินค้า หน้าร้านเป็นการขายออนไลน์, เปลี่ยนแปลงบ้านพักอาศัยเป็นร้านอาหารออนไลน์/ร้านค้าออนไลน์ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยในขับเคลื่อนให้มีปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนและขยะพลาสติกเพิ่มมากขึ้น

ปริมาณขยะมูลฝอยของภูมิภาค ปี 2566

           จากรายงานสถานการณ์ขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทยปี 2566 ของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ประเทศไทยมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 26.95 ล้านตัน หรือประมาณ 73,840 ตัน/วัน เฉลี่ย 1.12 กิโลกรัม/คน/วัน เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร ปี 2566 ทั้งนี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ประมาณร้อยละ 5 ที่มีปริมาณขยะมูลฝอย 25.70 ล้านตัน

           สำหรับปริมาณขยะมูลฝอย ภาคกลางมีปริมาณสูงที่สุด คิดเป็น 11.44 ล้านตัน/ปี เฉลี่ย 31,339 ตัน/วัน ซึ่งเป็นขยะมูลฝอยในพื้นที่กรุงเทพมหานครมากถึง 12,748 ตัน/วัน รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีปริมาณ คิดเป็น 6.52 ล้านตัน/ปี เฉลี่ย 17,873 ตัน/วัน ขณะที่ภาคใต้มีปริมาณ 3.54 ล้านตัน/ปี เฉลี่ย 9,705 ตัน/วัน ภาคตะวันออกมีปริมาณ 2.58 ล้านตัน/ปี เฉลี่ย 7,073 ตัน/วัน ภาคเหนือมีปริมาณ 1.67 ล้านตัน เฉลี่ย 4,582 ตัน/วัน และภาคตะวันตก 1.19 ล้านตัน เฉลี่ย 3,268 ตัน/วัน ซึ่งยังไม่นับขยะที่ตกค้างในแต่ละปีที่มีจำนวนนับหมื่นตันต่อปี

ภาพรวมการจัดการขยะมูลฝอย

           ด้านการจัดการขยะหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้กำหนดมาตรการกำจัดขยะมูลฝอยขึ้น แต่กลับพบว่า กระบวนการในการจัดการขยะส่วนใหญ่ยังทำไม่ถูกวิธี รวมทั้งขั้นตอนและวิธีการกำจัดขยะก็ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด การแก้ปัญหาขยะที่ต้นทางและการกำจัดขยะ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้เกิดการสะสมของขยะมูลฝอย ขยะสารเคมีที่เป็นอันตราย ขยะพลาสติก และอื่น ๆ กระจายอยู่ในพื้นที่บ่อขยะ พื้นที่ฝังกลบ และพื้นที่ที่มีการนำขยะไปเทกองรวมกัน รวมทั้งแม่น้ำ พื้นที่ทะเล พื้นที่ป่าไม้ ชุมชน และพื้นที่เมือง ตลอดจนการลักลอบปล่อยของเสียหรือกากอุตสาหกรรมของโรงงานอุตสาหกรรมก็ส่งผลให้เกิดมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนอีกด้วย

           เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2565 พบว่าในปี พ.ศ.2566 ปริมาณขยะมูลฝอยได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องและการนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ปี พ.ศ.2566 เพิ่มมากขึ้น อาจเนื่องจากการส่งเสริมรณรงค์ และผลักดันให้กับภาคประชาชน ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อปท. ในการเพิ่มศักยภาพด้านการลด คัดแยก และใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอยทั้งในระดับชุมชน และหลังจากการเก็บขนขยะมูลฝอย และการยกระดับสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมผลักดันอย่างเข้มข้นส่งผลให้ปริมาณขยะมูลฝอยที่ถูกจัดการอย่างถูกต้องมีแนวโน้มที่ดีขึ้น

           แม้ว่าแนวโน้มการกำจัดขยะอย่างถูกต้องจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ชุมชนยังคงมีปัญหาในการจัดการขยะที่ต้นทาง โดยการคัดแยกขยะมูลฝอยยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากประชาชนนำไปทิ้งรวมกับขยะชนิดอื่น เพราะไม่มีเครื่องมือในการจัดการขยะเหล่านั้นด้วยตนเอง ทั้งนี้ สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยของ อปท. และเอกชนทั่วประเทศ ปี พ.ศ. 2566 มีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่เปิดดำเนินงาน ทั้งสิ้น 2,079 แห่ง และสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอย 36 แห่ง โดยรายละเอียดมีดังนี้

           – สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยซึ่งดำเนินการได้อย่างถูกต้อง จำนวน 114 แห่ง เช่น การฝังกลบอย่างถูกหลักวิชาการ หรือการฝังกลบแบบกึ่งใช้อากาศ การกำจัดโดยการเผาเพื่อผลิตพลังงาน การกำจัดโดยการเผาที่มีระบบบำบัดมลพิษอากาศ ระบบหมักทำปุ๋ยหรือหมักเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ระบบผลิตเชื้อเพลิงขยะ จากการคัดแยกหรือการบำบัด แบบเชิงกล-ชีวภาพ และระบบผสมผสาน

           – สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยซึ่งดำเนินการไม่ถูกต้อง อีกจำนวน 1,965 แห่ง ประกอบด้วย การเทกองที่มีการควบคุม การเทกอง การเผากลางแจ้ง การกำจัดโดยการเผาไม่มีระบบบำบัดมลพิษอากาศ และการกำจัดที่มีการเทกองหรือเทกองที่มีการควบคุมภายใน สถานที่กำจัดขยะมูลฝอย

           – สถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและสถานีขนถ่ายขยะมูลฝอยที่เปิดดำเนินการ ทั้ง 2,115 แห่ง โดยจังหวัดที่มีจำนวนสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและสถานีขนถ่าย ขยะมูลฝอยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น 122 แห่ง จังหวัดเชียงราย 115 แห่ง จังหวัดชัยภูมิ 102 แห่ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 97 แห่ง และ จังหวัดลำปาง 85 แห่ง

ทิศทางการกำจัดขยะมูลฝอยของ อปท.

           กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดแนวทางการยกระดับสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ที่ดำเนินการกำจัดขยะอย่างไม่ถูกต้องทั่วประเทศ ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่ทั่วไปให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และหน่วยงานต่าง ๆ สนับสนุน อปท. ให้มีการปรับปรุงสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย รวมถึงจัดการขยะมูลฝอยตกค้างที่สะสมอยู่ในสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่กำจัดไม่ถูกต้อง พร้อมกับขับเคลื่อนการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการขยะมูลฝอย (Cluster) ของจังหวัด

           ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ผลักดันผ่านแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ประจำปี พ.ศ. 2566 ขึ้น โดยแผนปฏิบัติการฉบับนี้จะมุ่งเน้นการคัดแยกขยะมูลฝอยชุมชน โดยเฉพาะการจัดการขยะอินทรีย์หรือขยะเปียก ตามโครงการจัดทำถังขยะเปียก ลดโลกร้อนของ อปท. มุ่งเน้นสร้างความตระหนักและความรับผิดชอบของผู้บริโภค รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับครัวเรือน โดยจะเกิดประโยชน์ทั้งการลดขยะเปียก/ขยะอาหาร การลดงบประมาณในการจัดการขยะ อีกทั้งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกที่จะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ ผ่านเครือข่ายความร่วมมืออาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลกที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการเป็นผู้ขับเคลื่อนกิจกรรมเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

           ในปี พ.ศ.2566 ได้ส่งเสริมการนำขยะบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่อีกด้วย การจัดการขยะอันตรายชุมชน การผลักดันการดำเนินการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ของ อปท. และพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของ อปท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์ขยะมูลฝอยที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากการกำจัดขยะมูลฝอยอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่มีพื้นที่หรือพื้นที่ไม่เพียงพอสำหรับการกำจัดขยะมูลฝอย ขาดแคลนเครื่องมือ รวมถึงขาดความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และขาดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราการเกิดขยะมูลฝอย ภาครัฐได้กำหนดทิศทางและแนวทางการจัดการขยะแก่ อปท. ผู้ที่เป็นด่านแรกในการรับมือและแก้ไขปัญหาดังกล่าว

           ดังนั้น ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดชุมชนและประชาชนมากที่สุดอย่าง อปท. จึงมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนชุมชนให้ดำเนินการกำจัดขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งผู้บริหารสูงสุดต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ดำเนินงานร่วมกับภาครัฐและภาคประชาสังคม โดยภาครัฐเองก็ต้องมีแผนงานและงบประมาณในการจัดกิจกรรมลดปริมาณขยะ ส่วนภาคประชาสังคมต้องมีการสร้างกฎระเบียบขึ้นใช้ในพื้นที่ เพื่อการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมลดปริมาณขยะ และกิจกรรมสร้างแรงจูงใจในการคัดแยกขยะ การบริหารจัดการขยะมูลฝอยของท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ทม.บึงยี่โถจัดใหญ่ “ลุงป้า ปู่ย่า หลานม่า The Festiwow” หนุนคุณค่าสูงวัยหัวใจสตรอง

ทม.บึงยี่โถจัดใหญ่ “ลุงป้า ปู่ย่า หลานม่า The Festiwow” หนุนคุณค่าสูงวัยหัวใจสตรอง

“ลุงป้า ปู่ย่า หลานม่า The Festiwow”ภายใต้โครงการบูรณาก…

schedule
ศาล รธน. เคาะ! ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นลง สว. หากออกไม่ถึง 5 ปี

ศาล รธน. เคาะ! ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นลง สว. หากออกไม่ถึง 5 ปี

ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติเอกฉันท์ ผู้สมัคร สว. ต้องไม่เคยเป็น…

schedule
ปลดล็อคระบบงบฯ ท้องถิ่น ทลาย 5 ด่าน เพิ่มประสิทธิภาพ “รัฐไทย”

ปลดล็อคระบบงบฯ ท้องถิ่น ทลาย 5 ด่าน เพิ่มประสิทธิภาพ “รัฐไทย”

สส.ก้าวไกล ฉายภาพเส้นทางภาษีเทียบเงิน 100 บาท ถึงมือท้อ…

schedule
ปิดฉาก “ท่าโขลงเกมส์ 2024” สะท้อนความยิ่งใหญ่กีฬานักเรียนท้องถิ่น

ปิดฉาก “ท่าโขลงเกมส์ 2024” สะท้อนความยิ่งใหญ่กีฬานักเรียนท้องถิ่น

การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเท…

schedule

นิตยสารผู้นำท้องถิ่นออนไลน์ รวมข่าวสารอัพเดทของคนท้องถิ่น

ติดต่อเรา

อีเมล : [email protected]