close

หน้าแรก

menu
search

กรมปศุสัตว์ แจง ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ใหม่ ให้อำนาจ อปท.ออกข้อบัญญัติบังคับให้เจ้าของสัตว์มาขึ้นทะเบียน

schedule
share

แชร์

       ทั้งนี้ กฎหมายใหม่คุ้มครองคนจากการถูกสัตว์ทำร้ายและช่วยเหลือสัตว์ถูกทารุณ คาดอีก 20 ปี จะมีสุนัขจรจัดมากถึง 5 ล้านตัว เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้าระบาดรุนแรง

       นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์สุนัขจรจัดทำร้ายคนบ่อยครั้ง อีกทั้งยังเกิดการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในหลายพื้นที่ เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายที่ออกมาบังคับใช้ เพื่อควบคุมประชากรสัตว์จรจัด ซึ่งเป็นพาหะที่ทำให้เกิดโรคระบาด โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้าที่อันตรายถึงชีวิต ผลการสำรวจเมื่อปี 2550 ประเทศไทยมีสุนัขจรจัดประมาณ 350,000 ตัว และปี 2560 ประเทศไทยมีสุนัขจรจัดประมาณ 820,000 ตัว ดังนั้น หากมีการเพิ่มประชากรสุนัขและแมวจรจัดลักษณะทวีคูณเช่นนี้ คาดว่าปี 2570 ประเทศไทยจะมีสุนัขจรจัด ประมาณ 1.92 ล้านตัว และในอีก 20 ปีข้างหน้าจะมากถึง 5 ล้านตัว ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ทั้งด้านสุขอนามัย โรคระบาด และเป็นภาระเงินงบประมาณของรัฐบาลอย่างสูง

       นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่า ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้า ทำให้ไทยต้องใช้เงินปีละกว่า 1,000 ล้านบาท โดยใช้เป็นค่าวัคซีนสำหรับคนที่สัมผัสโรคปีละ 400,000 ชุด เป็นเงิน 480 ล้านบาท ค่าวัคซีนสำหรับสัตว์ปีละ 8 ล้านโด๊ส เป็นเงิน 120 ล้านบาท ค่าผ่าตัดทำหมันสัตว์จรจัดปีละ 300,000 ตัว เป็นเงิน 400 ล้านบาท ดังนั้น หากไม่มีการแก้ไขปัญหานี้คาดว่าปี 2580 จะมีสุนัขจรจัดมากสูงขึ้นอีกประมาณ 6.1 เท่า ต้องใช้งบประมาณแก้ปัญหาสัตว์จรจัดปีละกว่า 30,000 ล้านบาท 

      ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์ได้จัดทำ (ร่าง) พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาการทอดทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ ปัญหาสัตว์จรจัด และเพิ่มความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์ ทั้งนี้หากควบคุมประชากรสัตว์จรจัดได้ รวมทั้งสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบแก่เจ้าของสัตว์ในการพาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนและทำหมัน เลี้ยงแล้วไม่นำมาปล่อยทิ้งจะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ ขณะนี้ได้เปิดให้ประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://www.dld.go.th/th/index.php/th/legal-dld-menu/draftact-menu/18384-draft-vetservice โดย พ.ร.บ.ดังกล่าวกรมปศุสัตว์เสนอขอให้พิจารณาร่วมกับร่าง พ.ร.บ.ชื่อเดียวกันที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เสนอและกำลังรอการพิจารณาร่วมกันแล้ว ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบ แต่ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำกลับมาพิจารณาแก้ไขไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินสมควรก่อนส่งให้ สนช.พิจารณาประกาศใช้เป็นกฎหมาย

      อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ. ว่า เมื่อประกาศใช้แล้วยังไม่มีผลบังคับให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องนำสัตว์ไปขึ้นทะเบียน เพียงแต่ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกข้อบัญญัติท้องถิ่นบังคับให้เจ้าของสัตว์มาขึ้นทะเบียนสัตว์ของตน โดยให้งดเก็บค่าธรรมเนียมขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง ระยะเวลา 3 ปีแรก จากนั้น อปท.จะเก็บหรือไม่เก็บค่าธรรมเนียมต่อก็ได้ แต่หากเรียกเก็บจะต้องเก็บไม่เกินประกาศที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กำหนด ซึ่งประกาศของรัฐมนตรีจะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายในการทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ แต่ต้องไม่เกินตัวละ 170 บาท ทั้งนี้ เงินค่าธรรมเนียมและเงินค่าปรับจากพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นเงินรายได้ของท้องถิ่น เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ การทำเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ได้แก่ ค่าไมโครชิป หรือคิวอาร์โค้ด ตลอดจนเป็นค่าฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ ท้องถิ่นจะนำไปใช้สร้างศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด ค่าอาหารสัตว์จรจัด ค่าผ่าตัดทำหมันและค่าวัคซีน ส่วนสัตว์ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์สัตว์ รวมทั้งในวัดและบ้านที่เก็บสัตว์จรจัดมาเลี้ยงไม่ต้องขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง แต่ต้องมาแจ้งขอเป็นสถานสงเคราะห์สัตว์ตามกฎหมาย และกรมปศุสัตว์จะบริการฉีดวัคซีน ผ่าตัดทำหมัน และดูแลสุขภาพสัตว์ให้ด้วย

      อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้จะลดปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญจากสัตว์จรจัด ลดปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ การถูกสัตว์ทำร้าย ส่วนสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนจะได้รับประโยชน์ คือ ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หรือเมื่อหายออกจากบ้านแล้วมีผู้พบจะได้นำส่งคืนเจ้าของได้ไม่เสี่ยงกับการต้องเป็นสัตว์จรจัด ถูกสัตว์อื่นทำร้าย หรือถูกรถชน ทั้งนี้ เป็นเพียงขั้นตอนแรกของการแก้ปัญหาสัตว์จรจัด ซึ่งจะต้องมีการสร้างและการนำสัตว์จรจัดเข้าศูนย์พักพิงสัตว์จรจัด การผ่าตัดทำหมัน การป้องกันการทิ้งสัตว์ในที่สาธารณะ การสร้างจิตสำนึกและรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์

      สำหรับขั้นตอนการออกกฎหมายนั้น เมื่อประชาชนร่วมกันแสดงความคิดเห็นพร้อมขอเหตุผลประกอบแล้ว กรมปศุสัตว์จะนำความคิดเห็นทั้งหมดบันทึกสำหรับอ้างอิงในการจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟัง เพื่อเสนอให้ สนช.พิจารณา โดยจะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา 3 วาระ ก่อนจะประกาศเป็นกฎหมายต่อไป

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ทม.บึงยี่โถจัดใหญ่ “ลุงป้า ปู่ย่า หลานม่า The Festiwow” หนุนคุณค่าสูงวัยหัวใจสตรอง

ทม.บึงยี่โถจัดใหญ่ “ลุงป้า ปู่ย่า หลานม่า The Festiwow” หนุนคุณค่าสูงวัยหัวใจสตรอง

“ลุงป้า ปู่ย่า หลานม่า The Festiwow”ภายใต้โครงการบูรณาก…

schedule
บรรเทาวิกฤต “ขยะมูลฝอย” บทบาทสำคัญของท้องถิ่น

บรรเทาวิกฤต “ขยะมูลฝอย” บทบาทสำคัญของท้องถิ่น

ปี 66 ปริมาณขยะมูลฝอยในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยละ …

schedule
ศาล รธน. เคาะ! ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นลง สว. หากออกไม่ถึง 5 ปี

ศาล รธน. เคาะ! ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นลง สว. หากออกไม่ถึง 5 ปี

ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติเอกฉันท์ ผู้สมัคร สว. ต้องไม่เคยเป็น…

schedule
ปลดล็อคระบบงบฯ ท้องถิ่น ทลาย 5 ด่าน เพิ่มประสิทธิภาพ “รัฐไทย”

ปลดล็อคระบบงบฯ ท้องถิ่น ทลาย 5 ด่าน เพิ่มประสิทธิภาพ “รัฐไทย”

สส.ก้าวไกล ฉายภาพเส้นทางภาษีเทียบเงิน 100 บาท ถึงมือท้อ…

schedule

นิตยสารผู้นำท้องถิ่นออนไลน์ รวมข่าวสารอัพเดทของคนท้องถิ่น

ติดต่อเรา

อีเมล : [email protected]